เรื่องเด่น เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๘

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย iamfu, 4 เมษายน 2025 at 18:34.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน วันศุกร์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๘


     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  2. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    วันนี้ตรงกับวันศุกร์ที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘ ความคืบหน้าเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ทั้งที่ประเทศไทยและประเทศพม่านั้น ในบ้านของเราก็อยู่ในขั้นตอนที่จะสืบเสาะหาว่าทำไมตึกถึงถล่มลงมาได้ทั้งหลัง ขณะที่อื่นเขาไม่ถล่มกัน..!

    ส่วนในด้านประเทศพม่านั้น ช่วงนี้ก็ค้นหาผู้เสียชีวิตได้ถึง ๒,๐๐๐ กว่าศพแล้ว ยังมีที่บาดเจ็บสาหัสอยู่อีก ๔,๐๐๐ กว่าราย ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีการเสียชีวิตเพิ่มเติมหรือเปล่า ? สถานที่สำคัญต่าง ๆ กำลังเร่งรัดในการเก็บกวาด ทำความสะอาด ก่อนที่จะพิจารณาดูว่าสามารถที่จะบูรณะใหม่ หรือว่าต้องรื้อทิ้งเพื่อสร้างใหม่เลย

    มีบรรดาจิตอาสาได้ทำการเรี่ยไร เพื่อช่วยเหลือเรื่องของแผ่นดินไหว แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะมีมิจฉาชีพมาแอบอ้างหรือเปล่า ? เพราะว่าบุคคลต่อให้มีจิตไม่ดีขนาดไหนก็ตาม ถ้าสามารถที่จะหลอกลวงผู้อื่นได้ในสถานการณ์เช่นนี้ ก็ต้องบอกว่าโหดร้ายและใจดำมากเป็นพิเศษ เพราะว่าหลอกเอาความสงสารจากผู้อื่น ที่ควรจะให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่เดือดร้อนอย่างแท้จริง แต่กลายเป็นว่าโดนมิจฉาชีพหลอกลวงไปเสียนี่..!

    สำหรับวันนี้กระผม/อาตมภาพต้องเดินทางไปยังวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) เพื่อปลุกเสกวัตถุมงคล ซึ่งจะแจกในงานประจำปีของวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) หรือบางทีก็เรียกง่าย ๆ ว่างานประจำปีปิดทองหลวงปู่เปลี่ยน อินฺทสโร ซึ่งก็คือพระวิสุทธิรังษี สังฆปาโมกข์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อเสียงโด่งดังรูปหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี โดยเฉพาะท่านเกิดในวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำเสียด้วย ในเมื่อเป็นวันเสาร์ขึ้น ๕ ค่ำ ซ้ำยังเป็นเดือน ๕ ก็ต้องถือว่าท่านดวงแรงดวงแข็งสุด ๆ จึงสามารถโด่งดังขึ้นมา จนกลายเป็นอมตเถราจารย์รูปหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี

    แต่ว่าการเดินทางนั้น แทนที่จะสะดวกสบาย กลับกลายเป็นว่ารถติดอยู่บนถนนเป็นชั่วโมง ๆ ถ้ากระผม/อาตมภาพไม่ได้เผื่อเวลาเอาไว้ คาดว่าคงไปไม่ถึงหน้างานทันเวลาอย่างแน่นอน เหตุก็เพราะว่าระยะนี้ ถนนแทบทุกสายมีการปิดซ่อมแซมบูรณะเป็นการใหญ่ มีทั้งที่ทำใหม่และรื้อของเก่าเพื่อทำใหม่ ไม่ทราบเหมือนกันว่างบประมาณตกลงมาในช่วงนี้หรืออย่างไร ?

    โดยเฉพาะเส้นทางต่าง ๆ ในเมื่อทำพร้อมกัน จึงไม่มีหนทางให้หลบให้เลี่ยงไปไหน ซ้ำวันนี้เขายังมีการปิดถนนไปอีก ๑ เลน เพื่อที่จะทำการ์ดเลนเอาไว้ป้องกันอันตรายสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ ซึ่งน่าจะเป็นการป้องกันอันตรายในช่วงวันหยุดยาวสงกรานต์นั่นเอง จึงยิ่งทำให้รถติดหนักขึ้นไปอีก..!
     
  3. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    ความจริงในเรื่องรถติดของบ้านเรานั้น แก้ไขปัญหาได้ง่ายมาก แต่เนื่องจากว่าบริษัทรถต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นกระเป๋าเงินให้กับนักการเมือง จึงไม่มีใครที่จะกล้าแก้ไขปัญหารถติด อย่างเช่นประเทศญี่ปุ่นนั้น ถ้าคุณจะซื้อรถ จะต้องมีที่จอดรถเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้ว เจอที่จอดรถชั่วโมงละ ๒๐๐ - ๓๐๐ เยน แต่ละคืนก็แทบจะจนกรอบไปเลย ถ้าหากว่าบริษัทผู้จำหน่ายรถยนต์ไปจำหน่ายรถให้บุคคลซึ่งไม่มีที่จอดประจำ ก็จะมีโทษหนักหนาสาหัสทีเดียว

    และรถญี่ปุ่นนั้นห้ามใช้เกิน ๓ ปี ปีแรกนั้นภาษีอยู่ที่ระดับปกติ ปีที่ ๒ ขึ้นมาเกือบครึ่งราคาของรถใหม่ ปีที่ ๓ ก็แทบจะเท่าราคารถใหม่เลย เท่ากับบังคับว่าท่านทั้งหลายจะต้องไปซื้อรถใหม่นั่นเอง ดังนั้น..ที่ประเทศญี่ปุ่นจึงแทบจะหาไม่ได้เลยว่ามีรถเสียอยู่กลางทาง

    ในขณะเดียวกัน เรื่องของการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นบนดิน ใต้ดิน หรือว่ารถไฟด่วนหัวกระสุน ก็ล้วนแล้วแต่มาตรงเวลา ชนิดที่พลาดจริง ๆ ก็ไม่เกิน ๓ วินาที ยกเว้นว่ามีเหตุสุดวิสัยจำเป็น ในเมื่อเป็นเช่นนั้น จึงไม่มีใครอยากจะมีรถส่วนตัว

    รถส่วนตัวที่เห็นในประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่เป็นของบริษัท ห้างร้าน หรือว่าหน่วยราชการ แล้วการขับรถส่วนตัวนั้น ก็มีข้อห้ามข้อกำหนดมากมายเต็มไปหมด ดังนั้น..จึงมีคำกล่าวว่า ไปประเทศญี่ปุ่น ใครอยากจะช้าก็ให้ใช้รถส่วนตัว ถ้าใครต้องการเร็ว ก็ให้ไปด้วยรถไฟ..!

    หรือไม่ก็อย่างฮ่องกง ซึ่งเป็นเขตปกครองพิเศษของจีน ใครจะซื้อรถก็ไม่ว่า แต่ว่าค่าจอดรถคืนหนึ่งแพงหนักหนาสาหัส ทำให้คนที่คิดจะมีรถ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคิดถึงค่าจอดรถด้วย

    หรือว่าเอาประเทศใกล้เคียงของเรา อย่างเช่นสิงคโปร์ ถ้าหากว่าจะซื้อรถใหม่ คุณจะต้องนำรถคันเก่าไปจัดการบดให้กลายเป็นเศษเหล็กไปเสียก่อน แล้วถึงสามารถที่จะซื้อรถคันใหม่ได้ แล้วรถแต่ละคันก็มีค่าใช้จ่ายจุกจิกเยอะมาก ถึงเวลาต้องมีกล่องเงินอัตโนมัติติดไว้กับรถ ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับ ค่าจอดรถ ค่าผ่านทางด่วนพิเศษ ล้วนแล้วแต่ต้องหักจากกล่องเงินทั้งนั้น
     
  4. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    หรือถ้าหากว่าเป็นที่ประเทศออสเตรเลีย ท่านจะซื้อรถคันใหม่ต้องเอารถคันเก่าไปยุบทิ้งก่อน ถึงจะซื้อรถคันใหม่ได้ และมีกำหนดตายตัวว่าปีหนึ่งให้มีรถใหม่เพิ่มได้ไม่เกิน ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ก็แปลว่ารถเก่า ๑๐๐ คัน สามารถเพิ่มรถใหม่ได้แค่ ๓ คัน ถ้าหากว่าใครไปต่างประเทศนานเป็นเดือน ก็ถอดเอาทะเบียนไปฝากไว้กับสถานีตำรวจ เดือนนั้นท่านก็ไม่ต้องจ่ายค่าภาษีรถยนต์ เหล่านี้เป็นต้น

    เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่แก้ไขได้ง่าย ๆ แต่มาถึงบ้านเราแล้วมักจะไม่ง่าย เพราะว่านักการเมืองก็ต้องเอาประโยชน์ใส่ตน ไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าหากว่าบริษัทรถยนต์ไม่สนับสนุน ก็อาจจะไม่มีงบประมาณในการหาเสียง หรือว่าถ้าโดนเตะสกัดดาวรุ่งก็จะหนักกว่านั้นเข้าไปอีก จึงทำให้รถยนต์บ้านเรามีมากกว่าท้องถนน ถึงเวลาปีใหม่ หรือว่าสงกรานต์แต่ละครั้ง โดยเฉพาะที่ออกไปทางภาคอีสาน รถติดกันจนกระทั่งไม่มีใครอยากจะกลับบ้านกันแล้ว เพราะว่ากว่าจะถึงบ้านก็ข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว..!

    บ้านเราสมควรที่จะสนับสนุนในเรื่องของการขนส่งสาธารณะ เพื่อที่จะให้ทุกอย่างถึงตรงกำหนด ตรงเวลา ถ้าเป็นเช่นนั้นก็คงจะมีคนที่ลดการซื้อรถส่วนตัวลงไปอีกมาก และขณะเดียวกัน ต้องมีการกำหนดอายุการใช้งานของรถยนต์ด้วย ว่ากี่ปีจะต้องเอาไปยุบทิ้ง

    อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของที่จอดรถ หรือว่าจำกัดการมีรถยนต์เฉพาะแต่ละครอบครัว ไม่ใช่ว่าลูก ๕ คนก็ซื้อรถให้ ๕ คัน ถึงเวลาแค่ ๕ คันออกมา ก็พาให้รถติดไปทั้งถนนแล้ว เหล่านี้เป็นต้น

    ครั้นเมื่อไปถึงวัดใต้ ปรากฏว่าแทบจะหาที่จอดรถไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่าหลวงพ่อเล็กพอจะมีชื่อเสียงเกียรติคุณอยู่บ้าง จนกระทั่งแต่ละคนแต่ละท่านที่เห็น ต่างกระตือรือร้น ช่วยกันหาที่จอดรถให้ อาจจะไม่มีที่จอดรถเลยก็เป็นได้ ซ้ำยังจะต้องรอเวลา กว่าจะถึงงานก็อีกเป็นชั่วโมง จึงได้มาทำการบันทึกเสียงธรรมจากวัดท่าขนุน อยู่ในบริเวณเจดีย์โบราณวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) ชั้นใต้ดิน ซึ่งความจริงก็คือชั้นที่ ๑

    เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าวัดอื่น ๆ เวลามีงาน สารพัดเสียงโฆษณาจะดังสนั่นหวั่นไหวกลบไปหมด มีเครื่องเสียงกี่ตัวก็ตีกันขึ้นไปเท่านั้นเท่า แต่ว่าวัดท่าขนุนของเรานั้น ด้วยความที่ปฏิบัติตามปฏิปทาของพระเดชพระคุณหลวงพ่อฤๅษีฯ วัดท่าซุง ถึงเวลางานจึงไม่ได้มีเครื่องเสียงอะไร และก็ไม่มีการรื่นเริงอื่น ๆ ยกเว้นการแสดงของเด็ก ๆ ที่มาออกงานให้โดยไม่ได้คิดมูลค่า

    แต่กระผม/อาตมภาพก็ไม่เคยใช้งานเด็กฟรี ๆ มักจะให้รางวัลไปอยู่เสมอ จึงไม่ค่อยที่จะเคยชินกับเสียงอึกทึกครึกโครม จึงต้องหาที่มุดเข้าไป เพื่อที่จะหลบซ่อนตัวเองให้พ้นจากเสียงทั้งหลายเหล่านั้น
     
  5. iamfu

    iamfu ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 กันยายน 2008
    โพสต์:
    21,223
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2,698
    ค่าพลัง:
    +26,556
    โดยเฉพาะบรรดาโฆษก ส่วนหนึ่งก็ไม่รู้ว่าเสียงตนเองนั้นดังมากจนน่ารำคาญ มักจะใช้วิธีตะโกนใส่เครื่องขยายเสียง ทำให้เสียงเหล่านั้นดังเป็นพิเศษขึ้นไปอีก กระผม/อาตมภาพฟังมาก ๆ แล้วรู้สึกเหนื่อยทั้งกายและใจ จึงต้องหาสถานที่หลบ เพื่อที่จะบันทึกเสียงและหลบเสียงที่ดังมากด้วย

    อีกส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของวัดไชยชุมพลชนะสงคราม (พระอารามหลวง) นั้น ในปัจจุบัน พระเดชพระคุณพระเทพปริยัติโสภณ, ดร. (ปัญญา วิสุทฺธิปญฺโญ ป.ธ. ๙) เจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรี ที่ชาวบ้านเรียกกันว่าหลวงพ่อปัญญาบ้าง เจ้าคุณปัญญาบ้าง ท่านกำลังจัดการกับสิ่งเก่า ๆ ที่หมดสภาพ บูรณะปรับปรุงขึ้นมาใหม่ จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก

    แล้วขณะเดียวกัน สถานที่ต่าง ๆ ก็คับแคบลง กลายเป็นว่าที่จอดรถมีน้อย ถึงเวลามีแต่ร้านค้าตั้งเต็มไปหมด จึงทำให้บรรดาผู้ที่ได้รับนิมนต์มา อาจจะต้องลำบากในการหาที่จอดรถอยู่บ้าง เรียกว่าถ้อยทีถ้อยอาศัยกันไป ตรงไหนพอที่จะเสียบหัวเข้าไปได้ก็อาศัยจอดไปก่อน

    แต่ว่าบรรดาส่วนที่น่าเกลียดที่สุดก็คือมอเตอร์ไซค์ ถึงเวลารถของกระผม/อาตมภาพจอดอยู่ ก็จะมีมาเสียบจอดด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง เต็มไปหมด ถึงเวลาจะออกเดินทาง ก็ต้องไปเที่ยวตะโกนหาว่าใครเป็นเจ้าของรถ ให้มาขยับเสียก่อน เพื่อที่ให้รถพระจะออกได้ ถ้าหากว่าหาตัวไม่เจอ บางทีก็ต้องใช้วิธีเรียกคนมาช่วยกันยกเอาไปไว้ที่อื่นก่อน เมื่อขยับรถออกมาแล้ว ค่อยยกกลับมาไว้ที่เดิม เหล่านี้เป็นต้น

    ยังไม่ทราบว่าการปลุกเสกวัตถุมงคลรุ่นนี้ จะมีประสบการณ์หรือว่ามีนิมิตอะไรบ้าง เนื่องเพราะว่ายังไม่ถึงเวลา ได้แต่ฉวยโอกาสมาเพื่อที่จะบันทึกเสียงให้ท่านทั้งหลายได้ฟังก่อน

    สำหรับวันนี้ก็ขอเรียนถวายพระภิกษุสามเณรของเรา และบอกกล่าวแก่ญาติโยมแต่เพียงเท่านี้

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    เสียงธรรมจากวัดท่าขนุน
    วันศุกร์ที่ ๔ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๘
    (ถอดจากเสียงเป็นอักษร โดย เผือกน้อย)
     
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...